จากที่เคยกล่าวไว้แล้วว่าในเกม Fire Emblem นั้นมีตัวละครอยู่มากมายและแต่ละคนต่างก็มีคลาสแตกต่างกันไป ซึ่งจริงๆแล้วถ้าจะให้อธิบายอละวิเคราะห์ไปทุกๆคลาสก็คงเสียเวลามากเกินไปดังนั้นผมจึงจำเป็นต้องแยกการอธิบายเป็นสองส่วนคือส่วนเบื้องต้น 2 เอ็นทรี่ซึ่งจะอธิบายข้อมูลพื้นฐานก่อนของเผ่าเบออร์คและลากูซ และจะมีในส่วนของการวิเคราะห์อาชีพซึ่งจะนำไปรวมกับการวิเคราะห์ตัวละครอีกที
 
ประเภทของยูนิต
     ยูนิตในส่วนของภาคเรเดียนดอว์นหรือภาคพาร์ธออฟเรเดียนท์นั้นจะมีสองแบบหลักๆคือ 1.Beorc เป็นเผ่าที่ลักษณะเป็นแบบมนุษย์ใช้อาวุธประเภทต่างๆหลากหลายรูปแบบเข้าต่อสู้กับศัตรู กับ 2.Laguz เป็นเผ่าที่สามารถกลายร่างของตัวเองให้กลายเป็นสัตว์แล้วเข้าต่อสู้ได้ ซึ่งการอธิบายนั้นจะขอเริ่มจากส่วนใหญ่อย่างเผ่า เบออร์คก่อน

Beorc
     เบออร์คเป็นเผ่าที่มีลักษณะเหมือนมนุษย์พวกเขาเข้าต่อสู้กับศัตรูด้วยการใช้อาวุธและเวทย์มนต์ชนิดต่างๆเข้าต่อสู้กับศัตรูที่อยู่เบื้องหน้า และเป็นประชากรส่วนใหญ่ของทวีปเทลลิอัส

การเลื่อนระดับคลาส
     เผ่าเบออร์คจะมีอาชีพอยู่มากมายแตกต่างกันไปหลายรูปแบบ และเมื่อเข้าสู่จุดที่พอเหมาะแล้วพวกเขาจะสามารถเลื่อนระดับคลาสของตัวเองไปยังอาชีพที่เก่งกว่าได้ โดยการเปลี่ยนอาชีพนั้นเมื่อตัวละครมีเลเวล 10 ขึ้นไปให้ใช้ไอเท็ม Master Seal ในฉากต่อสู้ก็จะสามารถเลื่อนระดับเป้นอาชีพระดับ 2 ได้หรือหากเป็นอาชีพขั้นสองให้ใช้ไอเท็ม Master Crown เพื่อเลื่อนขั้นเป็นอาชีพขั้น 3 ที่เป็นระดับสูงสุด หรือเมื่อมีเลเวล 20 แล้วให้เก็บเพิ่มค่าประสบการณ์อีก1เลเวลตัวละครก็จะเปลี่ยนอาชีพโดยอัตโนมัติ สำหรับภาคอื่นๆเลเวล10ก็เพียงพอต่อการเปลี่ยนอาชีพแล้วแต่ในส่วนของภาคพาร์ธออฟเรเดียนและเรเดียนดอว์นนั้นควรจะให้ตัวละครมีเลเวล20ในการเปลี่ยนอาชีพจะดีกว่าเพราะศัตรูจะเก่งกาจมากและมีปริมาณอยู่เยอะ

สามเหลี่ยมอาวุธและการแพ้-ชนะทาง
     อาวุธที่ใช้ไม่ใช่อาวุธที่แข็งแกร่งที่สุด ดังนั้นย่อมต้องมีการแพ้ทางเกิดขึ้นถึงจะเป้นของที่ดีมากแค่ไหนแต่หากแพ้ทางมันก็อาจจะกลายเป็นแค่ขยะชิ้นโตๆเท่านั้นเอง แต่ละคลาสก็มีอาวุธที่ใช้แตกต่างกันไป การเลือกคลาสที่ใช้อาวุธที่เหมาะสมในด่านนั้นๆ จะทำให้เราสามารถเคลียร์ด่านนั้นได้ง่ายขึ้น โดยอาวุธที่แพ้ชนะทางกันมีดังนี้
ดาบ ชนะทาง ขวาน
ขวาน ชนะทาง หอก
หอก ชนะทาง ดาบ
ไม่ใช่แค่อาวุธแต่เวทย์มนต์ต่างก็มีการชนะทางเหมือนกัน
เวทย์แสง ชนะทาง เวทย์ความมืด
เวทย์ความมืด ชนะทาง เวทย์ธาตุ
เวทย์ธาตุ ชนะทาง เวทย์แสง
และในส่วนของเวทย์ธาตุนั้นก็มีแพ้ชนะกันเองอีก
เวทย์ไฟ ชนะทาง เวทย์ลม
เวทย์ลม ชนะทาง เวทย์สายฟ้า
เวทย์สายฟ้า ชนะทาง เวทย์ไฟ
หากเราใช้อาวุธประเภทที่ชนะทางฝ่ายตรงข้ามเราก็จะได้รับโบนัวค่าสถานะมากขึ้นศัตรูก็จะถูกลดค่าสถานะลงเช่นเดียวกันถ้าเราใช้อาวุธที่แพ้ทางก็จะเสียเปรียบได้
นอกจากนี้ยังมีอาวุธอีกสามประเภทที่ไม่ได้มีการแพ้ชนะทางกับอะไรเลยคือธนู,มีดสั้นและคฑา แต่ทั้งสามชนิดนี้ก็มีความสามารถและรูปแบบการใช้ของมันเองนอกจากนี้อาวุธแต่ละผลชนิดก็มีการส่งผลเพิ่มเติมต่อยูนิตที่สู้ด้วยซึ่งในส่วนของอาวุธจะขอยกยอดไปอธิบายเพิ่มเติมในภายหลัง

วิธีอ่านรูปแบบของคลาส
ชื่อคลาส – ชื่อของคลาสนั้นๆ
ระดับของคลาส – ระดับของคลาสนั้นๆได้แก่ขั้น 1,2 และ 3 ตามลำดับในกรณีเป็นคลาสพิเศษที่ไม่สามารถเปลี่ยนอาชีพได้จะนับเป็นระดับ 3
อาวุธที่ใช้ – อาวุธที่คลาสนั้นสามารถใช้ได้
เลื่อนระดับเป็น – คลาสขั้นต่อไปของคลาสที่ระบุไว้
ความสามารถพิเศษ – สกิลพิเศษที่มีของอาชีพนั้นๆจะอธิบายเพิ่มเติมในภายหลัง
รูปแบบของยูนิต – ได้แก่ เดินเท้า,หลังม้า,เกราะ,บิน
อื่นๆ - รายละเอียดอื่นๆเกี่ยวกับคลาสซึ่งจะมีเฉพาะบางอัน

และสำหรับคลาสในเกมของเผ่าเบออร์คทั้งหมดมีดังนี้  

ชื่อคลาส – Light Mage
ระดับของคลาส – 1
อาวุธที่ใช้ – Light
เลื่อนระดับเป็น – Light Sage
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove

ชื่อคลาส – Light Sage
ระดับของคลาส – 2
อาวุธที่ใช้ – Light,Staff
เลื่อนระดับเป็น – Light Priestess
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove

ชื่อคลาส – Light Priestess
ระดับของคลาส – 3
อาวุธที่ใช้ – Light,Staff
เลื่อนระดับเป็น –
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove,Corona

ชื่อคลาส – Myrmidon
ระดับของคลาส – 1
อาวุธที่ใช้ – Sword
เลื่อนระดับเป็น – Swordmaster
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove,Critical +5

ชื่อคลาส – Swordmaster
ระดับของคลาส – 2
อาวุธที่ใช้ – Sword
เลื่อนระดับเป็น – Trueblade
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove,Critical +10

ชื่อคลาส – Trueblade
ระดับของคลาส – 3
อาวุธที่ใช้ – Sword
เลื่อนระดับเป็น –
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove,Critical +20,Astra

ชื่อคลาส – Soldier
ระดับของคลาส – 1
อาวุธที่ใช้ – Lance
เลื่อนระดับเป็น – Halberdier
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove

ชื่อคลาส – Halberdier
ระดับของคลาส – 2
อาวุธที่ใช้ – Lance
เลื่อนระดับเป็น – Sentinel
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove,Critical +5

ชื่อคลาส – Sentinel
ระดับของคลาส – 3
อาวุธที่ใช้ – Lance
เลื่อนระดับเป็น –
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove,Critical +10,Impale

ชื่อคลาส – Fighter
ระดับของคลาส – 1
อาวุธที่ใช้ – Axe
เลื่อนระดับเป็น – Warrior
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove

ชื่อคลาส – Warrior
ระดับของคลาส – 2
อาวุธที่ใช้ – Axe,Crossbow
เลื่อนระดับเป็น – Reaver
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove

ชื่อคลาส – Reaver
ระดับของคลาส – 3
อาวุธที่ใช้ – Axe,Crossbow
เลื่อนระดับเป็น –
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove,Critical +5,Colossus

ชื่อคลาส – Archer
ระดับของคลาส – 1
อาวุธที่ใช้ – Bow
เลื่อนระดับเป็น – Sniper
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove

ชื่อคลาส – Sniper
ระดับของคลาส – 2
อาวุธที่ใช้ – Bow,Crossbow
เลื่อนระดับเป็น – Marksman
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove,Critical +10

ชื่อคลาส – Marksman
ระดับของคลาส – 3
อาวุธที่ใช้ – Bow,Crossbow
เลื่อนระดับเป็น –
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove,Critical +15,Deadeye,Range +1

ชื่อคลาส – Armor Sword
ระดับของคลาส – 1
อาวุธที่ใช้ – Sword
เลื่อนระดับเป็น – Sword General
รูปแบบของยูนิต – Armor
ความสามารถพิเศษ – Shove

ชื่อคลาส – Sword General
ระดับของคลาส – 2
อาวุธที่ใช้ – Sword,Lance
เลื่อนระดับเป็น – Marshall
รูปแบบของยูนิต – Armor
ความสามารถพิเศษ – Shove

ชื่อคลาส – Armor Lance
ระดับของคลาส – 1
อาวุธที่ใช้ – Lance
เลื่อนระดับเป็น – Lance General
รูปแบบของยูนิต – Armor
ความสามารถพิเศษ – Shove

ชื่อคลาส – Lance General
ระดับของคลาส – 2
อาวุธที่ใช้ – Lance,Axe
เลื่อนระดับเป็น – Marshall
รูปแบบของยูนิต – Armor
ความสามารถพิเศษ – Shove

ชื่อคลาส – Armor Axe
ระดับของคลาส – 1
อาวุธที่ใช้ – Axe
เลื่อนระดับเป็น – Axe General
รูปแบบของยูนิต – Armor
ความสามารถพิเศษ – Shove

ชื่อคลาส – Axe General
ระดับของคลาส – 2
อาวุธที่ใช้ – Axe,Sword
เลื่อนระดับเป็น – Marshall
รูปแบบของยูนิต – Armor
ความสามารถพิเศษ – Shove

ชื่อคลาส – Marshall
ระดับของคลาส – 3
อาวุธที่ใช้ – Sword,Lance,Axe
เลื่อนระดับเป็น –
รูปแบบของยูนิต – Armor
ความสามารถพิเศษ – Shove,Luna

ชื่อคลาส – Rogue
ระดับของคลาส – 2
อาวุธที่ใช้ – Knife
เลื่อนระดับเป็น – Whisper
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove,Steal

ชื่อคลาส – Whisper
ระดับของคลาส – 3
อาวุธที่ใช้ – Knife
เลื่อนระดับเป็น –
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove,Steal,Bane

ชื่อคลาส – Fire Mage
ระดับของคลาส – 1
อาวุธที่ใช้ – Fire
เลื่อนระดับเป็น – Fire Sage
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove

ชื่อคลาส – Fire Sage
ระดับของคลาส – 2
อาวุธที่ใช้ – Fire,Thunder,Wind
เลื่อนระดับเป็น – Arch Sage [Anima]
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove

ชื่อคลาส – Thunder Mage
ระดับของคลาส – 1
อาวุธที่ใช้ – Thunder
เลื่อนระดับเป็น – Thunder Sage
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove

ชื่อคลาส – Thunder Sage
ระดับของคลาส – 2
อาวุธที่ใช้ – Thunder,Fire,Wind
เลื่อนระดับเป็น – Arch Sage [Anima]
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove

ชื่อคลาส – Wind Mage
ระดับของคลาส – 1
อาวุธที่ใช้ – Wind
เลื่อนระดับเป็น – Wind Sage
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove

ชื่อคลาส – Wind Sage
ระดับของคลาส – 2
อาวุธที่ใช้ – Wind,Thunder,Fire
เลื่อนระดับเป็น – Arch Sage [Anima]
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove

ชื่อคลาส – Arch Sage [Anima]
ระดับของคลาส – 3
อาวุธที่ใช้ – Fire,Thunder,Wind,Staff
เลื่อนระดับเป็น –
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove,Flare

ชื่อคลาส – Dark Sage
ระดับของคลาส – 2
อาวุธที่ใช้ – Dark,Thunder
เลื่อนระดับเป็น – Arch Sage [Dark]
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove

ชื่อคลาส – Arch Sage [Dark]
ระดับของคลาส – 3
อาวุธที่ใช้ – Dark,Thunder,Staff
เลื่อนระดับเป็น –
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove,Flare

ชื่อคลาส – Priest
ระดับของคลาส – 1
อาวุธที่ใช้ – Staff
เลื่อนระดับเป็น – Bishop
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove

ชื่อคลาส – Bishop
ระดับของคลาส – 2
อาวุธที่ใช้ – Light,Staff
เลื่อนระดับเป็น – Saint
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove

ชื่อคลาส – Saint
ระดับของคลาส – 3
อาวุธที่ใช้ – Light,Staff
เลื่อนระดับเป็น –
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove,Corona

ชื่อคลาส – Sword Knight
ระดับของคลาส – 1
อาวุธที่ใช้ – Sword
เลื่อนระดับเป็น – Blade Paladin
รูปแบบของยูนิต – Horse
ความสามารถพิเศษ – Canto

ชื่อคลาส – Blade Paladin
ระดับของคลาส – 2
อาวุธที่ใช้ – Sword
เลื่อนระดับเป็น – Gold Knight
รูปแบบของยูนิต – Horse
ความสามารถพิเศษ – Canto

ชื่อคลาส – Axe Knight
ระดับของคลาส – 1
อาวุธที่ใช้ – Axe
เลื่อนระดับเป็น – Axe Paladin
รูปแบบของยูนิต – Horse
ความสามารถพิเศษ – Canto

ชื่อคลาส – Axe Paladin
ระดับของคลาส – 2
อาวุธที่ใช้ – Axe
เลื่อนระดับเป็น – Gold Knight
รูปแบบของยูนิต – Horse
ความสามารถพิเศษ – Canto

ชื่อคลาส – Gold Knight
ระดับของคลาส – 3
อาวุธที่ใช้ – Sword,Axe
เลื่อนระดับเป็น –
รูปแบบของยูนิต – Horse
ความสามารถพิเศษ – Canto,Sol

ชื่อคลาส – Lance Knight
ระดับของคลาส – 1
อาวุธที่ใช้ – Lance
เลื่อนระดับเป็น – Lance Paladin
รูปแบบของยูนิต – Horse
ความสามารถพิเศษ – Canto

ชื่อคลาส – Lance Paladin
ระดับของคลาส – 2
อาวุธที่ใช้ – Lance
เลื่อนระดับเป็น – Silver Knight
รูปแบบของยูนิต – Horse
ความสามารถพิเศษ – Canto

ชื่อคลาส – Bow Knight
ระดับของคลาส – 1
อาวุธที่ใช้ – Bow
เลื่อนระดับเป็น – Bow Paladin
รูปแบบของยูนิต – Horse
ความสามารถพิเศษ – Canto

ชื่อคลาส – Bow Paldin
ระดับของคลาส – 2
อาวุธที่ใช้ – Bow
เลื่อนระดับเป็น – Silver Knight
รูปแบบของยูนิต – Horse
ความสามารถพิเศษ – Canto

ชื่อคลาส – Silver Knight
ระดับของคลาส – 3
อาวุธที่ใช้ – Lance,Bow
เลื่อนระดับเป็น –
รูปแบบของยูนิต – Horse
ความสามารถพิเศษ – Canto,Sol
ชื่อคลาส – Pegasus Knight
ระดับของคลาส – 1
อาวุธที่ใช้ – Lance
เลื่อนระดับเป็น – Falcon Knight
รูปแบบของยูนิต – Fly
ความสามารถพิเศษ – Canto

ชื่อคลาส – Falcon Knight
ระดับของคลาส – 2
อาวุธที่ใช้ – Lance,Sword
เลื่อนระดับเป็น – Seraph Knight
รูปแบบของยูนิต – Fly
ความสามารถพิเศษ – Canto

ชื่อคลาส – Seraph Knight
ระดับของคลาส – 3
อาวุธที่ใช้ – Lance,Sword
เลื่อนระดับเป็น –
รูปแบบของยูนิต – Fly
ความสามารถพิเศษ – Canto,Stun

ชื่อคลาส – Dragon Knight
ระดับของคลาส – 1
อาวุธที่ใช้ – Axe
เลื่อนระดับเป็น – Dragon Master
รูปแบบของยูนิต – Fly
ความสามารถพิเศษ – Canto

ชื่อคลาส – Dragon Master
ระดับของคลาส – 2
อาวุธที่ใช้ – Axe,Lance
เลื่อนระดับเป็น – Dragon Lord
รูปแบบของยูนิต – Fly
ความสามารถพิเศษ – Canto

ชื่อคลาส – Dragon Lord
ระดับของคลาส – 3
อาวุธที่ใช้ – Axe,Lance
เลื่อนระดับเป็น –
รูปแบบของยูนิต – Fly
ความสามารถพิเศษ – Canto,Stun

ชื่อคลาส – Hero
ระดับของคลาส – 2
อาวุธที่ใช้ – Sword
เลื่อนระดับเป็น – Vanguard
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove

ชื่อคลาส – Vanguard
ระดับของคลาส – 3
อาวุธที่ใช้ – Sword,Axe
เลื่อนระดับเป็น –
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove,Aether

ชื่อคลาส – Cleric
ระดับของคลาส – 2
อาวุธที่ใช้ – Sword,Staff
เลื่อนระดับเป็น – Valkyrie
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove

ชื่อคลาส – Valkyrie
ระดับของคลาส – 3
อาวุธที่ใช้ – Sword,Staff
เลื่อนระดับเป็น –
รูปแบบของยูนิต – Horse
ความสามารถพิเศษ – Canto,Sol

ชื่อคลาส – Assassin
ระดับของคลาส – 3
อาวุธที่ใช้ – Knife
เลื่อนระดับเป็น –
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove,Critical +25,Lethality
ชื่อคลาส – Black Knight
ระดับของคลาส – 3
อาวุธที่ใช้ – Sword,Lance
เลื่อนระดับเป็น –
รูปแบบของยูนิต – Armor
ความสามารถพิเศษ – Shove,Eclipse

ชื่อคลาส – Queen
ระดับของคลาส – 3
อาวุธที่ใช้ – Sword,Staff
เลื่อนระดับเป็น –
รูปแบบของยูนิต – Fly
ความสามารถพิเศษ – Canto,Stun

ชื่อคลาส – Empress
ระดับของคลาส – 3
อาวุธที่ใช้ – Fire,Wind,Thunder,Light
เลื่อนระดับเป็น –
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove,Flare

ชื่อคลาส – Chancellor
ระดับของคลาส – 3
อาวุธที่ใช้ – Light,Dark,Staff
เลื่อนระดับเป็น –
รูปแบบของยูนิต – Foot
ความสามารถพิเศษ – Shove,Corona

     และนั่นก็เป็นคลาสทั้งหมดที่เราสามารถเล่นได้จริงๆคลาสของเผ่าเบออร์คยังมีอีกแต่จะเป็นคลาสศัตรูจึงไม่ได้นำมาไว้ในที่นี้ ส่วนในเอ็นทรี่หน้าเนื่องจากว่าการเขียนบทความของไฟร์เอ็มเบล็มไม่ประสบความสำเร็จ(จนเป็นเหตุให้หายไปหลายวัน) เอ็นทรี่หน้าจึงจะขออธิบายวิธีการเล่นคร่าวๆไปเลยและจะนำเทลส์มาลงต่อส่วนเอ็นทรี่ในส่วนของไฟร์เอ็มเบล็มจะหยุดทำจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสมอีกทีขอให้เข้าใจกันตามนี้ด้วยนะครับ

Update หน้า - How To Play Fire Emblem : Radiant Dawn 3 วิธีการเล่นในฉากการรบ

     สิ่งสำคัญอย่างนึงที่ทำให้ Fire Emblem กลายเป็นที่ติดตลาดคนดูมากที่สุดนอกจากจะด้วยความยาก และความท้าทายแล้วสิ่งสำคัญที่จะขาดเสียมิได้ก็คือ ตัวละคร ด้วยความที่ Fire Emblem เป็นเกมส์แนวซิมูเลชั่นอาร์พีจี ซึ่งคนเล่นจะต้องบัญชาการตัวละครอยู่หลายตัวมาก แต่เกมอื่นๆอย่างมากในฝ่ายเราก็ไม่มีทางเกิน 20 ตัว แต่ Fire Emblem ไม่เหมือนกันเพราะว่าในเกมนี้นั้นแค่ตัวละครที่เราสามารถลงเล่นได้ก็มีมากกว่า 40-50 ตัวเป็นอย่างต่ำ นอกจากนี้ยังไม่นับตัวละครศัตรูที่คอยสร้างสีสีนให้กับเกมนี้อีกมากมายมากกว่า 40-50 ตัวอีก เรียกได้ว่าไฟร์เอ็มเบล็มเป็นหนึ่งในเกมที่มีตัวละครมากที่สุดเกมนึงเลยก็ว่าได้
     ในความเป็นจริงหลายคนอาจจะมองว่าถ้าจะสอนวิธีการเล่นทำไมไม่สอนไปซะเลยล่ะมาเข้าเรื่องตัวละครก่อนทำไม มันก็อาจจะใช่แต่ว่าในไฟร์เอ็มเบล็มนั้นมีระบบที่แตกต่างออกไปจากเกมอื่นเป็นอย่างมากการอธิบายให้เข้าใจเรื่องการต่อสู้ไปเลยอาจจะไม่เหมาะนักควรจะเริ่มอธิบายจากใจหลักอย่างตัวละครไปก่อนแล้วท่านจะเข้าใจว่าการอธิบายถึงเรื่องตัวละครก่อนนั้นมันสำคัญอย่างมากเลย


ตัวละครที่มากมายและหลากหลาย
     ในส่วนของ  Fire Emblem : Radiant Dawn นั้นจะมีตัวละครที่เราสามารถเล่นได้ทั้งหมด 73 ตัวละครโดยประมาณโดยจะแบ่งย่อยออกไปตามแต่ละช่วงของเนื้อเรื่องในเกมและสุดท้ายจะมาบรรจบกันที่ด่านสุดท้ายของเกม ตัวละครทั้ง 73 คนใช่ว่าจะมีแต่คลาสเหมือนๆกัน แต่ละคนก็มีคลาสแตกต่างกันไปออกไปทั้งนักเวทย์ นักดาบ โจร  นักธนู คลาสพิเศษๆของตัวละครหลัก อาทิ ฮีโร่ ราชินี จักรพรรดินี ก็มีนอกจากนี้คลาสต่างๆเหล่านี้แล้วยังมีคลาสของเผ่าลากูซ ซึ่งเป็นเผ่าที่สามารถกลายร่างเป็นสัตว์เข้าสู้ได้  (มีเฉพาะภาคพาธออฟเรเดียนท์และเรเดียนท์ ดอว์น) ไม่ว่าจะสิงโต แมว อีกา หรือกระทั่งมังกรก็มี ทำให้ไฟร์เอ็มเบล็มนั้นมีความหลากหลายและความน่าใช้ของตัวละครเป็นอย่างมาก (รอดูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับคลาสในเอ็นทรี่หน้า)


การได้มาซึ่งตัวละคร
     ในเกมอื่นๆเมื่อถึงเวลาอาจจะได้ตัวละครมาเป็นพวกเลยในทันทีแต่ไฟร์เอ็มเบล็มไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป ตามปกติแล้วเมื่อถึงด่านที่กำหนดแน่นอนว่าก็ต้องได้ตัวละครใหม่มาเป็นพวกเช่นเดียวกับไฟร์เอ็มเบล็มเมื่อถึงเวลาแล้วเราก็จะได้ตัวละครใหม่ๆมาใช้เองแต่นั่นก็ไม่ใช่ทั้งหมด
     ในไฟร์เอ็มเบล็มนั้นไม่ใช่ทุกตัวละครที่เราสามารถได้มาเลยในทันที บางคนก็ไม่ใช่ศัตรูแต่ก็ไม่ใช่มิตรการให้เขามาช่วยเหลือเราก่อนเลยมันคงเป็นไปไม่ได้ หรือบางคนเองก็เป็นศัตรูกับเราด้วยเหตุผลจำเป็นของเขาเอง แต่การพูดคุยก็สามารถชักชวนพวกเขาให้มาเป็นพวกได้ หากในขณะที่เล่นอยู่เจอตัวละครที่มีชื่อแล้วมาปรากฎตัวในฉากนั้นๆด้วยให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าเราสามารถชักชวนเขามาเป็นพวกได้ (ต้องไม่ใช่บอสนะถ้าเป็นบอสร้อยละ 95 ชวนไม่ได้หมด) โดยทั่วไปหากใช้ตัวละครหลักเข้าไปคุยก็สามารถชักชวนได้หมด
     หรือหลายคนก็ต้องใช้ตัวละครที่กำหนดเท่านั้น จะสังเกตได้อย่างไรล่ะว่าต้องใช้ตัวละครตัวไหนในการชักชวน ให้สังเกตจากคำพูดของตัวละครต่างๆครับ อย่างเช่นในฉากนี้มีตัวละครชายตัวนึงเป็นศัตรูของเราแต่เขาได้พูดถึงชื่อของตัวละครพวกเราออกมาคนนึง หากเราใช้ตัวละครนั้นไปคุยเราก็สามารถชวนเขามาเป็นพวกได้นั่นเอง
     นอกจากการพูดคุยเพื่อชักชวนแล้วยังมีวิธีอีกมากในการได้มาอื่นๆ เช่น ระวังไม่ให้เขาหรือเธอตายในฉากต่อสู้ เงื่อนไขจากการตอบคำถาม การพูดคุยในฉากฐานทัพ(อธิบายเพิ่มเติมในฉากฐานทัพเอ็นทรี่สอนเล่นที่สาม) หรือบางตัวอาจจะมีเงื่อนไขพิเศษอย่างเล่นรอบสองก่อน หรือให้เราทำตามเงื่อนไขในด่านอื่นก่อน แล้วก็ไม่ต้องกลัวด้วยว่าตัวละครเมื่อเข้าพวกเราแล้วจะกระจอกลง เพราะการชักชวนมันจะทำการชักชวนเดี๋ยวนั้นคุยเสร็จเป็นพวกเลย ทำให้ค่าสถานะคงเดิมอยู่ตลอด ชวนตอนเลเวลเท่าไหร่ก็ได้เท่านั้นทำให้ไม่ต้องกังวลว่าศัตรูเป็นพวกแล้วความสามารถจะด้อยลง


ชีวิตไม่คืนกลับ ตายคือตาย
     ตัวละครในไฟร์เอ็มเบล็มนั้นมีมากมายสาเหตุที่ต้องมีอยู่มากมายอาจจะเพราะว่า ไฟร์เอ็มเบล็มไม่มีการชุบชีวิต หากว่าตัวละครเราพลาดท่าเอชพีกลายเป็นศูนย์ขึ้นมาตัวละครเราจะตายทันที หลายคนอาจจะบอกว่างั้นรอเล่นด่านใหม่ก็สิ้นเรื่อง ท่านคิดผิดเพราะไฟร์เอ็มเบล็มหากตัวละครตายไปเมื่อไหร่ก็คือตายจริงๆ ไม่สามารถใช้ตัวละครตัวนั้นได้อีก ตัวละครที่ตายอาจจะตายจริงๆ หรือบาดเจ็บอย่างสาหัสจนสู้ต่อไม่ไหวแล้วก็ได้ นอกจากนี้หากตัวละครไหนที่ชวนเป็นพวกได้แต่ยังไม่ได้ชวนหากว่าเขาพลาดท่าตายขึ้นมา เราก็ไม่สามารถที่จะชักชวนเขามาให้สู้ด้วยได้อีกแล้ว ดังนั้นการจะเล่นให้จบเกมโดยชักชวนตัวละครได้ครบและไม่ตายเลยนั้นค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสและยากมาก แต่ก็ใช่ว่าทำไม่ได้เพราะส่วนใหญ่ก็สามารถเซฟชีวิตได้หมดทุกตัวกันทั้งนั้น ดังนั้นความท้าทายในเกมนี้ที่สำคัญที่สุดคือการรักษาชีวิตของตัวละครทั้งหมดไว้ได้


การพูดคุยสนับสนุน
     ตัวละครนั้นมีหลายตัวร่วมสู้กันมาก็นานบางคนก็รู้จักกันมาก่อนหน้านี้แล้ว การพูดคุยสนับสนุนจึงมีขึ้นแต่ในส่วนของภาคเรเดียนท์ดอว์นนั้นมีความแตกต่างจากภาคอื่นอยู่มากดังนั้นจะขออธิบายจากภาคอื่นๆก่อน
     การพูดคุยสนับสนุนนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อตัวละครสองตัวมีค่าความสนิทกันสูงขึ้น โดยจะเพิ่มขึ้นจากการลงต่อสู้ร่วมในฉากเดียวกัน ยืนใกล้กันแล้วผ่านไปในแต่ละเทิร์น เมื่อความความสนิทสูงขึ้นให้ตัวละครสองตัวไปใกล้กันจะมีหัวข้อสนับสนุนให้เลือก ซึ่งเมื่อเราเลือกแล้วพวกเขาจะพูดคุยกันและระดับความสัมพันธ์ก็จะยกระดับขึ้นไป แต่ไม่ใช่ว่าจะสนับสนุนได้หมดทุกคน แต่ละคนก็จะมีตัวละครที่มีความสัมพันธ์ร่วมกันแตกต่างกันไป สังเกตได้จากการที่ตัวละครตัวนั้นรู้จักกันจริงๆ เคยพูดคุยกัน หรือเป็นตัวละครที่มีการชักชวนกันเกิดขึ้น ความสัมพันธ์และการสนับสนุนมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ในเชิงของความรักระหว่างชายหญิง เพื่อนสนิทสองคน เจ้านายกับลูกน้อง หรือศิษย์อาจารย์ เมื่อระดับความสัมพันธ์สูงขึ้นเวลาสองตัวละครที่สนับสนุนกันอยู่ใกล้กันก็จะได้รับโบนัสค่าสเตตัสเพิ่มเติมขึ้นมาด้วยขึ้นอยุ่กับตัวละครที่สนับสนุนกัน ทำให้การสนับสนุนเป็นสิ่งสำคัญมากอย่างหนึ่งของเกม
     แต่ในส่วนของภาคเรเดียนดอว์นนั้นจะมีความแตกต่างออกไปเพราะเราสามารถเลือกให้ใครสนับสนุนกับใครก็ได้ โดยสามารถเลือกได้ที่ฉากฐานทัพ โดยเมื่อทำการเลือกแล้วให้สองตัวละครลงสู้ด้วยกัน จากนั้นให้ไปยืนใกล้ๆกันก็จะมีคำสั่งพูดคุยตอบโต้ขึ้นมาเมื่อเลือกไปตัวละครสองตัวก็จะพูดคุยกันสวนไปมา ค่าความสนิทก็จะเพิ่มขึ้นและเพิ่มระดับความสัมพันธ์ไปเอง และเช่นเดียวกับภาคอื่นๆเมื่อสองตัวละครยืนอยู่ใกล้กันก็จะได้รับโบนัสสเตตัสเพิ่มมาด้วย
     นอกจากโบนัสค่าสถานะที่ได้มาเมื่ออยู่ใกล้กันแล้วจะส่งผลไปถึงตอนจบด้วย เพราะเมื่อถึงตอนจบเกมจะมีการบอกว่าตัวละครแต่ละคนไปทำอะไรอยู่ที่ไหนบ้าง หากไม่ได้สนับสนุนกับใครเลยก็อาจจะตามลำพังตัวคนเดียว แต่หากมีการพูดคุยสนับสนุนกันก็อาจจะเปลี่ยนเรื่องราวไปเช่นว่า ตัวละครตัวนึงถ้าไม่ได้สนับสนุนกับใครเลยก็จะออกเดินทางตามลำพัง แต่หากมีการสนับสนุนก็อาจจะทำให้เขามีเพื่อนร่วมทาง หรือบางทีหากเป็นความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงทั้งคู่ก็อาจจะเกิดความรักกันและสุดท้ายก็แต่งงานและมีลูกด้วยกันก็ได้บางทีการสับสนุนกันของสองตัวละครทั้งบทสนทนาหรือคำอธิบายฉากจบก็อาจจะทำให้เราได้รู้ข้อมูลอะไรมากขึ้นเกี่ยวกับตัวละครก็ได้ หรือบางทีก็อาจจะเป็นข้อมูลเชื่อมโยงไปถึงภาคอื่นได้เช่นกัน


ธาตุของตัวละคร
     ตัวละครแต่ละตัวก็จะมีธาตุประจำตัวแตกต่างกันออกไป ซึ่งธาตุต่างๆจะส่งผลกับระบบสนับสนุน เพราะการสนับสนุนด้วยตัวละครไม่ได้ทำให้สเตตัสขึ้นมาเหมือนกัน เช่นว่า หากตัวละครตัวนึงสนิทกับตัวละครตัวนึงก็จะได้ค่าสถานะมากขึ้น แต่หากเปลี่ยนใจไปสนับสนุนกับตัวอื่นที่ธาตุไม่เหมือนกับตัวแรก ค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นเป็นโบนัสก็จะขึ้นมาเหมือนกันไปด้วย
     นอกจากค่าสถานะจากการสนับสนุนแล้วในส่วนของภาคเรเดียนท์ดอว์นมีการเพิ่มเติมธาตุของฉากเข้าไปด้วยอีก ซึ่งถ้าเรานำตัวละครที่มีธาตุตรงกับฉากนั้นๆมาลงเล่น ตัวละครก็จะได้รับค่าโบนัสสเตตัสเพิ่มขึ้นด้วย
     ตัวละครนั้นไม่จำเป็นจะต้องมีธาตุตามที่เราคิดเสมอไป เราควรจะเช็กสถานะของเขาให้ดีเสียก่อนเพื่อจะได้รู้ว่ามีธาตุไหน อย่างเช่นเป็นผู้ใช้เวทย์แสงก็มีธาตุประจำตัวเป็นความมืดได้ เป็นผู้ใช้เวทย์ความมืดแต่เป็นธาตุลมก็ได้ ดังนั้นขอย้ำอีกครั้งว่าอย่าตัดสินจากอาวุธที่ใช้หรือคลาสที่เป็น ควรจะเช็กสถานะให้ดี


กระแสชีวิต
     ในภาคเรเดียนท์ ดอว์นนั้นจะมีสิ่งที่เรียกว่ากระแสชีวิตของตัวละครอยู่ด้วย แน่นอนว่าตัวละครตัวนึงจะให้รู้สึกสดชื่นสบายดีอยู่ตลอดก็คงจะเป็นไปไม่ได้ ในการต่อสู้บางทีตัวละครอาจจะรู้สึกไม่ดีอยู่บ้างก็เป็นได้โดยค่าเหล่านี้สามารถตรวจสอบได้จากการเช็กสถานะของตัวละครนั่นเอง ซึ่งจะมีระดับอยู่ 5 ระดับคือ ดีที่สุด ดี ปกติ แย่ แย่มาก หากค่ากระแสอยู่ในระดับดีหรือดีที่สุดจะทำให้ตัวละครนั้นมีค่าโบนัสสเตตัสมากขึ้น หากแย่หรือแย่มากค่าสเตตัสของตัวละครก็จะลดลงไปด้วย ซึ่งค่าเหล่านี้เราไม่สามารถทำให้มันดีอยู่ตลอดได้ เมื่อเล่นผ่านไปเรื่อยๆค่ากระแสนี้จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆเองเราไม่สามารถกำหนดอะไรได้ วิธีทำให้ค่ากระแสชีวิตดีขึ้นนั้น สามารถใช้ไอเท็มบางชนิดช่วยได้ หรือใช้ความสามารถของยูนิตคลาสเฮรอนช่วยก็ได้(อธิบายเพิ่มเติมในเรื่องของคลาส)


     ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นเรื่องพื้นฐานเกี่ยวกับตัวละครที่ควรจะรับทราบกันไว้ก่อนเพื่อการอธิบายในภายภาคนี้จะได้ไม่ลำบากจนเกินไปในครั้งหน้าจะอธิบายเกี่ยวกับคลาสเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับคลาสมากขึ้นขอให้ติดตามกันด้วยนะครับ

Update หน้า - How To play - Fire Emblem : Radiant Dawn 2 รู้จักกับ Class ในเกม 

ปล.ขอ Happy Birthday ให้กับตัวผมเอง วันเกิดปีนี้ไม่ขออะไรมากแค่อยากให้คนอ่านทุกท่านให้โอกาสผม 

Fire Emblem : Radiant Dawn

Series : Fire Emblem
Development : Intelligent Systems
Publish : Nintendo
Platform : Nintendo Wii
Genre : Simulation-RPG
Release Date : JP – 22 กุมภาพันธ์ 2007
                        NA – 11 พฤศจิกายน 2007
                        EU – 14 มีนาคม 2008
                        AU – 10 เมษายน 2008



     Fire Emblem : Radiant Dawn (Fire Emblem : Akatsuki no Megami หรือ the Goddess of Dawn ในเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่น) เป็นหนึ่งในซีรี่ย์เกม Fire Emblem ซีรี่ย์เกมชั้นเยี่ยมเกมหนึ่งของนินเทนโด้เกมหนึ่ง ด้วยความที่ตัวเกมมีความยากและความท้าทายที่ค่อนข้างสูงจึงทำให้เกมนี้ติดตลาดเป็นอย่างมากในต่างประเทศโดยเฉพาะฝั่งตะวันตก ซึ่งหลายคนที่ได้เคยเล่นต่างก็ติดใจเป็นอย่างมาก

     ด้วยความที่เกมซีรี่ย์นั้นเป็นเกมแนว S-RPG เกมแรกของโลกเลยก็ว่าได้ และยังมีระบบต่างๆที่เกมค่ายอื่นๆไม่กล้าทำตามทำให้เกมซีรี่ย์นี้เป็นที่นิยมอย่างมากเพราะมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองและยังคงสามารถรักษามาได้เรื่อยๆโดยที่ไม่สูญหาย

     ตัวเกมของ Fire Emblem : Radiant Dawn นั้นนับเป็นลำดับที่สองที่เป็นสามมิติเต็มรูปแบบ มีเนื้อเรื่องที่ค่อนข้างจะยาวมาก และภาพต่างๆภายในเกมยังสวยสดงดงาม เพลงประกอบก็เพราะ ซึ้ง ตัวละครก็มีมากมายหลากหลาย และยังออกแบบออกมาได้อย่างดีทุกๆตัวละคร ทำให้เกมนี้มีคนเล่นอยู่เยอะมาก และมียอดจำหน่ายอยู่ในระดับดีมากอีกด้วย



     เนื้อเรื่องของภาค Radiant Dawn เป็นเรื่องราวภาคต่อมาจากภาค Path of Radiance ของเกมส์คิวบ์ โดยเวทีของภาคนี้คือ ทวีป Tellius เช่นเดียวกับภาค PoR โดยเนื้อเรื่องนั้นกล่าวถึงหลังจากเหตุการณ์ในภาคก่อน 3 ปี หลังจากที่ ไอค์(Ike) และเหล่าพลพรรค ทหารรับจ้างเกรล(Greil Mercenaries) พร้อมด้วยเหล่าทหารไครเมีย(Crimea) ได้ทำการต่อสู้กับอาณาจักร เดย์น(Daien) เพื่อปกป้องประเทศตัวเองจากการรุกรานของเดย์น และหลังจากที่ได้รับชัยชนะมา เอลินเชีย(Elincia) เจ้าหญิงแห่งไครเมียร์ในขณะนั้นได้ขึ้นปกครองอาณาจักรไครเมียร์ และส่งมอบการจัดการกับประเทศที่พ่ายแพ้อย่างเดย์นให้กับ จักรววรดิเบ็กเนี่ยน(Begnion) เรื่องราวเหมือนอาจจะเป็นผลดีแต่หาใช่เช่นนั้นไม่

     เพราะเบ็กเนี่ยนนั้นหลังจากได้รับมอบหมายให้ดูแลเดย์นแล้วกลับมีขุนนางสกปรกบางคนใช้อำนาจเข้าปกครองเดย์นอย่างย่ำแย่ ประชาชนกลายเป็นข้ารับใช้ ถูกปฏิบัติราวกับไม่ใช่มนุษย์ ประชาชนชาวเดย์นต่างสิ้นหวังถึงขีดสุดแต่ในขณะที่ทุกอย่างในเดย์เหมือนจะแย่ไปหมด ได้มีกลุ่มต่อต้านเบ็กเนี่ยนและหวังกอบกู้เอกราชของเดย์นให้คืนกลับมาอีกครั้ง

     กลุ่มรุ่งอรุณ (Dawn Brigade) คือกลุ่มคน 5 คนที่หวังช่วยกอบกู้เอกราชของเดย์นให้กลับคืนมาอีกครั้งได้แก่ มิไคอาห์ (Micaiah) หญิงสาวหนึ่งเดียวของกลุ่มที่ได้รับฉายาว่า หญิงสาวผมเงิน (Silver haired Maiden) และหญิงสาวแห่งปาฎิหาริย์ (Maiden of Miracle) หัวใจหลักของกลุ่มรุ่งอรุณ ผู้มีวามสามารถ แซ็กคริไฟซ์ (Sacrifice) ที่สามารถรักษาได้โดยไม่ต้องใช้คฑาเวทย์มนตร์แต่ก็ส่งผลเสียต่อตัวเอง
โซเธอร์ (Sothe) โจรหนุ่มที่เคยร่วมต่อสู้กับไอค์เมื่อสามปีก่อนเป็นคนที่มิไคอาห์เชื่อใจมากที่สุด
โนแลนด์ (Noland) ผู้มีอายุมากที่สุดและได้รับความไว้วางใจให้เป้นหัวหน้ากลุ่มเป็น ใช้ขวานเป็นอาวุธและมีแผนการต่อสู้ที่ดีเยี่ยม
เอ็ดเวิร์ด (Edward) นักดาบหนุ่มผู้มีฝีมือดาบที่เก่งกาจและเป็นที่พึ่งพาได้ และ
ลีโอนาร์โด (Leonardo) นักธนูหนุ่มผู้มีความเยือกเย็นและฝือการยิงธนูที่เฉียบขาด



     การกอบกู้เดย์นจะสำเร็จหรือไม่ ความหวังที่แสนริบหรี่จะเป็นจริงได้หรือไม่ต้องติดตามใน Fire Emblem : Radiant Dawn

Update หน้า - How to Play Fire Emblem : Radiant Dawn [เกี่ยวกับตัวละคร] [พุธที่ 29 เมษายน]

สรุปการอัพเดทบล็อก

posted on 23 Apr 2009 17:48 by sharkgy  in Other
     ก่อนอื่นต้องขออภัยแก่ผู้ติดตามบล็อกของผมก่อนเลยนะครับที่สัญญาว่าจะอัพเดทบล็อกเมื่อวันพุธแต่เนื่องจากว่ามีปัญหานิดหน่อยเลยไม่สามารถอัพเดทได้ในวันพุธต้องขออภัยนะครับ
     เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า เอ็นทรี่นี้เขียนขึ้นเพื่อบอกเล่าและประชาสัมพันธ์บล็อกของผมนะครับว่าจะเอายังไงต่อไป ซึ่งหลังจากที่ชั่งใจอยู่นานผมก็ได้ข้อสรุปแล้วว่า “ผมจะทำการเปลี่ยนเรื่องที่อัพเดทจาก Tales of Symphonia : Dawn of the New World เป็น   Fire Emblem : Radiant Dawn” ทั้งนี้เพราะตัวเกมไฟร์เอ็มเบล็มนั้นผมตั้งใจจะให้เป็นตัวแรกแต่เนื่องจากไม่สะดวกในช่วงนั้นเลยนำเทลส์มาก่อน ซึ่งในส่วนของบทสรุปเกมของไฟร์เอ็มเบล็มนั้นผมจะทำการอัพเดทในวันเสาร์ที่ 25 เมษายนนี้  เป็นเอ็นทรี่แรก และจะทำการอัพไปเรื่อยๆในวันเสาร์(เป็นประจำ)และวันพุธ(ถ้าสามารถทำได้) และจะทำการอัพในส่วนของไฟร์เอ็มเบล็มไปเรื่อยๆ และจะพักการทำเทลส์ซักระยะ ซึ่งเมื่อผ่านพ้นไปซักระยะผมจะทำการอัพเดทควบคู่ทั้งไฟร์เอ็มเบล็มและเทลส์ไปด้วยกันเลย ซึ่งจะเมื่อไหร่นั้นขอให้ตามอีกทีนะครับ
     อาจจะเป็นการไม่ดีนักที่ผมทำงานครึ่งๆกลางๆแต่ขอให้เข้าใจผมด้วยนะครับว่าผมอยากทำไฟร์เอ็มเบล็มมานานแล้วเพราะมันเป็นเกมที่ผมชอบที่สุดเลย เอาเป็นว่าอย่างน้อยๆหากผมอัพเอ็นทรี่ ฮาวทูเพลย์ไฟร์เอ็มเบล็มจบแล้ว  ผมจะเริ่มทำการอัพเทลส์เพิ่มเติมเท่าที่ทำได้แน่นอนครับยังไงขอให้ติดตามกันด้วยนะครับ วันนี้ขอตัวแค่นี้แล้วพบกันใหม่ครับ สวัสดีครับ

Update หน้า – กล่าวเบื้องต้นเกี่ยวกับ Fire Emblem : Radiant Dawn [เสาร์ที่ 25 เมษายน]

Tales of Symphonia:DawnofTheNewWorld Walkthrough Ch.2 [7/7]

posted on 18 Apr 2009 19:24 by sharkgy  in Tales

Link

ให้เราเดินตรงไปด้านหน้าแล้วเข้าไปทางด้านขวาจะพบกับแท่นเปลี่ยนฟังค์ชั่นแหวนเวทย์มนตร์ กดสำรวจเพื่อเปลี่ยนเป็นเวทย์แสง จากนั้นให้เดินย้อนกลับมาแล้วตรงไปด้านหน้าเรื่อยๆจะพบโธมัสนอนสลบอยู่

มาร์ทา – เฮ้! คนๆนั้นใช่เขาหรือเปล่า?
อีมิล – โธมัส! คุณคือโธมัส ใช่ไหมครับ?
โธมัส – อื้ม ฉันโธมัสพวกเธอเป็นใครเหรอ?
อีมิล – ผมอีมิล ลูกชายของ เรซอลเราเคยอาศัยอยู่ข้างบ้านคุณ ไม่เป็นอะไรนะครับ บาดเจ็บหรือเปล่า?
โธมัส – เธอ ลูกชายของเรซอลอย่างนั้นเหรอ ไม่อยากจะเชื่อเลย
อีมิล – (หืม.....มันนานขนาดนั้นเชียวเหรอ)
มาร์ทา – เอ่อ.....โธมัส บอกเราได้ไหมคะว่าทำไมคุณถึงมาที่นี่?
โธมัส – ฉันเจอมัน เจอในทะเล เลยคิดว่าน่าจะเป็นสาเหตุของพายุ
แล้วโธมัสจะสลบลงไป
อีมิล – โธมัส!
มาร์ทา – ไม่เป็นไร แค่หมดสติไปน่ะ
เทเนเบรย์ – ดูเหมือนว่านี่จะเป็น เด๊ด เรโมร่า นะ เรโมร่า ไม่ใช่สัตว์ทะเลนะ มันอาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำสะอาดแถวนี้
อีมิล – แล้วหมายความว่ายังไงล่ะ?
มาร์ทา – อันดับแรกเราพาโธมัสกลับไปที่เมืองกันก่อนเถอะ
อลิซ – โอ๊ะ! แต่ฉันไม่ห่วงเขาหรอกนะ
อลิซปรากฎตัวพร้อมมอนสเตอร์คู่ใจ
อลิซ – ที่โบราณสถานนี้จะเป็นที่พักสุดท้ายของเธอและสัตว์เลี้ยงเพื่อนรักของเธอนะจ๊ะ มาร์ทมาร์ทที่รัก
มาร์ทา – อลิซ!
อลิซ – เพราะว่าวันนี้ฮอว์คกี้ไม่ว่าง ฉันก็เลยมีบริการพิเศษ โดยฉันจะจัดการด้วยตัวเอง เอาล่ะได้เวลาตาย!
แล้วตรงนี้เราจะต้องสู้กับอลิซให้เราเอาชนะให้ได้

Boss – Alice w/Athos,Porthos
ในครั้งนี้เราจะต้องสู้กับอลิซพร้อมด้วยมอนสเตอร์ลูกน้องอีกสองตัว ในการต่อสู้นี้ทั้งอลิซและเหล่ามอนสเตอร์ลูกน้องต่างมีพลังโจมตีที่สูงทั้งนั้น โดยแนะนำให้จัดการอลิซที่สามารถร่ายเวทย์ได้ก่อนเพราะเธอสามารถรักษามอนสเตอร์และตัวเองได้และยังมีเวทย์โจมตีและสนับสนุนนิดหน่อย เมื่อจัดการอลิซได้แล้วมอนสเตอร์อีกสองตัวสามารถจัดการได้ไม่ยาก

เมื่อเราเอาชนะได้แล้ว
อลิซ – กรี๊ดดดด!!!!!!
อลิซ – ไม่นะ ทำอะไรลงไปเนี่ย! มนต์สะกดพังซะแล้ว!
เทเนเบรย์ – ถือเป็นการลงโทษที่ใช้งานมอนสเตอร์เยี่ยงเครื่องจักรยังไงล่ะ
อลิซ – ไม่ หยุดนะ! บอกว่าให้หยุดไงเล่า!
//ชิ้ง!!!! มอนสเตอร์ของอลิซถูกฟันล้มลงไป
อลิซ – นะ.....นายเป็นใคร?
เซโลส – เฮ้! ว่าไงสาวน้อยน่ารัก ถ้าเธอขยับมากกว่านี้สงสัยฉันคงจะฟันพลาดแน่ๆ
อลิซ – นายคือ ผู้ถูกเลือกของเทธ่าอัลลานส์สินะ?
อีมิล/มาร์ทา - !
เซโลส – ถูกต้อง และผู้ถูกเลือกคนนี้ก็จะปล่อยเธอไปก่อน ดังนั้นช่วยเอาใบหน้าอันแสนน่ารักกลับไปยังแวนการ์ดทีนะ อลิซ
อลิซ – อะฮะๆๆๆ!!!! ถ้าพูดมาแบบนั้นฉันก็กลับไปก่อนคงจะดีกว่า ทาทา!! พ่อผู้ถูกเลือกรูปหล่อ ฉันติดหนี้เธอแล้ว
แล้วอลิซจะเดินจากไป
เซโลส – อ้า เธอคือมาร์ทาสินะ? แม่หม้ายสาวสวยดอร์ส่งฉันมาช่วยเธอนะที่รัก เขาบอกว่าเธอมาหาชาวประมงแล้วมากับเด็กคนหนึ่งด้วยน่ะนะ
อีมิล – ผมอีมิล ครับ
เซโลส – โอ้ เหรอ! อะไรก็ช่างเถอะเจ้าหนู นี่มาร์ทาที่รักบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?
มาร์ทา – คุณคือผู้ถูกเลือกของเทธ่าอัลลานส์และเพื่อนของลอยด์สินะ?
อีมิล – ลอยด์อยู่ที่ไหนครับ? ถ้าคุณรู้ช่วยบอกเราหน่อยเถอะ
เซโลส – แล้วพวกเธอจะหาเขาไปทำไมล่ะ?
อีมิล – ก็เพราะเขา.....ไอ้บ้านั่นฆ่าพ่อแม่ผม!!!
เซโลส – ไป...แก้แค้นสินะ
มาร์ทา – ลอยด์ก็ไม่ต่างอะไรจากขโมย! เขาขโมยอัญมณีสำคัญของเราไป
เซโลส – หึ....ถ้าอย่างนั้นฉันก็คงไม่มีเวลาว่าง กับเด็กไม่น่าสนใจอย่างพวกเธอแล้ว
แล้วทหารของพาลมาโคสต้าจะช่วยพาโธมัสกลับไปที่เมือง
เซโลส – โทษทีนะแต่ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับคนที่จะแก้แค้น ไอ้เพื่อนบ้าของฉัน ถ้าไม่ว่าอะไรขอตัวก่อนล่ะ
แล้วเซโลสจะเดินจากไป
มาร์ทา – ฉันว่าคนๆนั้นคงจะเชื่อลอยด์เหมือนกับโคเล็ท
อีมิล – แต่เขาไม่เหมือนโคเล็ทหรอก ฉันเห็น ฉันเห็นสายตานั่น เขาไม่เชื่อพวกเราเลย ถ้าลอยด์ฆ่าคนต่อหน้าเขาอยากรู้จริงว่าจะเดินสบายๆแบบนั้นได้ไหม!
เทเนเบรย์ – อีมิล ข้าเข้าใจนะว่าเจ้ารู้สึกอย่างไร แต่ใจเย็นเสียก่อนเถอะ อย่าลืมเรื่องพายุในทะเลสิ ถ้าที่โธมัสพูดมาถูกต้องเรโมร่าที่อยู่แถบนี้ก็คงจะเป็นสาเหตุ
อีมิล – อ๊ะ จริงด้วยแล้วเราจะทำยังไงต่อดีล่ะ?
มาร์ทา – เรามากันขนาดนี้แล้ว ลองไปสำรวจดูหน่อยจะดีกว่านะ หรือเธอจะกลับ?
อีมิล – ไม่ เราต้องไปหาว่าเกิดอะไรกับพายุ ไปกันเถอะ!
มาร์ทา – ตกลง ขอบคุณนะอีมิล เธอนี่ดีที่สุดเลยรู้ไหม? ไปกันเถอะ!

Skit – Alice อลิซ

อีมิล – อลิซนี่ทำตัวเหมือนเด็กๆเลยนะ เธออายุเท่าไหร่เนี่ย?
มาร์ทา – 18
อีมิล – ขนาดนั้นเชียว!
มาร์ทา – ก็อย่างที่บอกเจ้าตัวอายุมากกว่าที่คิด ถ้าอายุมากกว่านี้จะยังพูดอะไรง้องแง้งแบบนั้นอีกไหมเนี่ย!?
อีมิล – ดูเหมือนเธอจะไม่ชอบเลยสินะ?
เทเนเบรย์ – เจ้ายังอายุน้อยเกินกว่าจะเข้าใจ แต่หญิงสาวอย่างอลิซ ผู้ที่มีความน่ารักอยู่ในตัว ก็พยายามที่จะทำให้ตัวเองดูน่ารักอยู่ตลอด
อีมิล – โอ้ งั้นเหรอ?
เทเนเบรย์ – ดังนั้นหากเป็นไปได้จึงพยายามที่จะคงความน่ารักไว้อยู่ตลอด
อีมิล - ไม่เข้าใจผู้หญิงเลยแฮะ 



Link

ให้เราเดินต่อตรงไปด้านหน้าจะพบประตูที่ถูกล็อคไว้อยู่ให้ใช้แหวนเวทย์มนตร์ยิงเวทย์แสงใส่ แท่นที่อยู่ข้างประตูทั้งสองด้านเมื่อเสร็จแล้วประตูจะเปิดสามารถเข้าไปได้

เมื่อเข้ามาแล้วให้เดินต่อไปด้านหน้าเล็กน้อย
อีมิล – เสียงน้ำในที่มืดๆแบบนี้นี่น่ากลัวเป็นบ้า
มาร์ทา – เหรอ ฉันว่ามันโรแมนติคดีออก
อีมิล – งั้นเหรอ?
มาร์ทา – อีมิล เธอคิดยังไงกับฉันเหรอ?
อีมิล – หมายความว่ายังไง?
มาร์ทา – หลายคนชอบบอกฉันว่าฉันน่ะหัวแข็ง จริงจังมากเกินไป เธอคิดว่ายังไง ฉันฝืนเกินตัวหรือเปล่า?
อีมิล – ฉันว่าก็ปกตินี่ เธอไม่ได้ฝืนเกินตัวหรอก
มาร์ทา – ม....ไม่ใช่แบบนี้ซะหน่อย เอ่อ..ยังไงก็เถอะ ฉันจะทำเต็มที่เพื่อให้เธอชอบฉัน ถ้าฉันทำได้ดีขึ้นเมื่อไหร่บอกฉันด้วยล่ะ!
เทเนเบรย์ – พูดแบบนี้เหมือนกับหักอกเขาเลยนะ
อีมิล – ไม่ได้เอาจริงใช่มั้ย มาร์ทาสร้างภาพฉันให้กลายเป็นอย่างที่ตัวเองต้องการแล้วนะ
เทเนเบรย์ – โอ้! เจ้านี่ฉลาดกว่าที่เห็นนะเนี่ย
อีมิล - .........
มาร์ทา – พวกเธอสองคนพูดอะไรกันน่ะ?
อีมิล – ไม่มีอะไร
เทเนเบรย์ – ไม่มีอะไรท่านมาร์ทา
-มาร์ทาได้รับฉายา “ฝืนเกินตัว?”-

Skit – Love.the Tender Trap รัก กับดักอันแสนอ่อนโยน
อีมิล – ทำไมมันยากอย่างนี้นะ
เทเนเบรย์ – มีปัญหาอะไรอยู่รึอีมิล?
อีมิล – ก็มาร์ทาน่ะสิ ฉันไม่รู้เลยว่าจะทำยังไงดี?
เทเนเบรย์ – อ้า....รัก กับดักอันแสนอ่อนโยน
อีมิล – อย่ามาล้อกันนะ! ไม่เคยมีเด็กผู้หญิงคนไหนสนใจฉันมาก่อน ฉันก็เลยไม่รู้จะทำยังไงเวลาออกไปไหนกับใครบางคน
เทเนเบรย์ – เวลาไปเดทกับหญิงสาว สิ่งที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นก็คือการจับมือกัน และข้าว่าเจ้าสามารถผ่านด่านนี้ไปแล้ว
อีมิล – อ๊ะ ไม่ฉันไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้น
เทเนเบรย์ – โอ้คุณพระ! อะไรจะขนาดนั้น! นี่เจ้าอยากจะยกระดับความสัมพันธ์ไปอีกขั้นแล้วรึ?
อีมิล – ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นซักหน่อย ช่างมันเถอะ! ฉันจัดการเองได้!
เทเนเบรย์ – ไม่ต้องห่วงข้าจะทำให้ความปรารถนาของท่านมาร์ทาเป็นจริงเอง

ให้เดินต่อไปแล้วลงไปตามทางที่สามจากบน ด้านล่างจะพบกล่องให้เราผลักกล่องตกลงไปยังด้านล่าง จากนั้นเดินกลับขึ้นไปลงไปตามทางที่สองจากด้านบน จากนั้นเดินไปตามทางขึ้นบันไดอันที่สอง แล้วยิงเวทย์ใส่แสงไฟสีฟ้าจะทำให้ทางเดินน้ำเปลี่ยน จากนั้นให้เดินต่อตรงไปเปลี่ยนฟังค์ชั่นให้แหวนเป็นเวทย์ไฟแล้วเผาเถาวัลย์บนกล่อง เปลี่ยนฟังค์ชั่นให้เป็นเวทย์แสงแล้วผลักกล่องให้ตกลงไปด้านล่าง ยิงเวทย์ใส่แท่นอันเดิมเพื่อเปลี่ยนทางเดินน้ำอีกครั้งจะทำให้กล่องลอยไปเป็นทางเดิน



Link

จากนั้นให้สับทางน้ำอีกหน เมื่อสับทางน้ำแล้วให้เดินลงไปยังด้านล่างไปตามทางเรื่อยๆจะสามารถเข้าไปยังพื้นที่ต่อไปได้
เมื่อเข้ามาแล้วให้ตรงไปด้านหน้า
อีมิล – น่าตกใจจัง ที่มีน้ำอยู่ใต้ดินมากแบบนี้
มาร์ทา – บางทีคงจะเป็นตาน้ำใต้ดินล่ะมั้ง
เทเนเบรย์ - !
เทเนเบรย์ – น่าสนใจ ข้ารู้แล้วว่าทำไมทะเลถึงมีพายุได้
อีมิล – จริงเหรอ?
เทเนเบรย์ – ใช่ ข้าเชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากการที่มอนสเตอร์สู้กันเอง
มาร์ทา – แค่สู้กันทำให้เกิดพายุในทะเลเลยเหรอ?
เทเนเบรย์ – ถูกต้อง อย่างที่โธมัสบอกเขาเจอเรโมร่าในทะเล เรโมร่าเป็นมอนสเตอร์น้ำจืดซึ่งไม่เป็นไปตามธรรมชาติ มอนสเตอร์จะไม่ทิ้งถิ่นฐานไปง่ายๆ ดังนั้นทะเลสาบใต้ดินนี้คงจะเชื่อมกับทะเลภายนอก
อีมิล – อะไรนะ?
มาร์ทา – เทเนเบรย์มอนสเตอร์น้ำจืดสามารถอาศัยในทะเลได้หรือเปล่า?
เทเนเบรย์ – ข้าเชื่อว่าเผ่าพันธุ์ต้นตระกูลของเรโมร่าน่าจะอาศัยอยู่ในทะเลได้ มหาสมุทรเป็นที่อยู่ของเซ็นจูเรี่ยนอควา เซ็นจูเรี่ยนนั้นเชื่อมต่อกับมอนสเตอร์ธาตุเดียวกับตัวเองเพื่อดูแลรักษาสมดุลของโลก แต่ทว่าอควานั้นเลือกที่จะทำงานให้กับริชเตอร์และละทิ้งหน้าที่ของตัวเอง ทำให้มอนสเตอร์ธาตุน้ำทั้งหมดออกมาทำอะไรตามใจนึก ช่างไร้ความรับผิดชอบเสียจริงๆ
มาร์ทา – เขาโกรธยังกับป้าแก่เลยนะนี่?
อีมิล – อือ...ฮึ
เทเนเบรย์ – อะไรรึ?
มาร์ทา – นี่ถึงจะเป็นป้าแก่แต่ก็รู้จักเล่นมุขนะ

Skit – Love and Hate รักและเกลียด
อีมิล – นี่เทเนเบรย์ นายกับอควาไม่ถูกกันเหรอ?
เทเนเบรย์ – เป็นคำถามที่ยากเอาการ
อีมิล – งั้นเหรอ?
เทเนเบรย์ – ก็จริงที่ตอนนี้เราอยู่คนละข้างกัน แต่ข้าไม่ปล่อยให้ความรู้สึกส่วนตัวมาทำให้งานคืนชีพลอร์ดราทาทอสคเสียไปหรอก
อีมิล – แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ชอบนายมากๆเลยนะ ไม่ว่าจะที่เรียกนายว่า จอมกวนหรืออื่นๆ
เทเนเบรย์ – มนุษย์อย่างเจ้าเคยพูดไว้นี่ว่า ความรักและความเกลียดเป็นของคู่กันเหมือนเหรียญที่มีสองด้าน
อีมิล – ไม่เห็นจะเคยได้ยินเลย
เทเนเบรย์ – นี่เรื่องจริงนะ เดี๋ยวข้าจะบอกวิธีเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆให้
อีมิล - ........

จากนั้นให้เดินต่อไปตามทางลงไปด้านล่างเรื่อยๆจนถึงทะเลสาบในโบราณสถาน
อีมิล – ทะเลสาบใต้ดินนี่นา
มาร์ทา – คิดว่าคงจะเชื่อมต่อกับทะเลนะ
แล้วมอนสเตอร์ยักษ์จะโผล่ออกมา
อีมิล – อ๊า!!!!!
มาร์ทา – นั่นมานิโทว!
เทเนเบรย์ – มอนสเตอร์นั่นเป็นที่สุดของใต้ทะเลเลยนะ ทำข้าตกใจเลยนะที่มันถูกตามล่าจากตัวสายพันธ์อื่น
อีมิล – หมายความว่านั่นเป็นสาเหตุของพายุในทะเลเหรอ?
เทเนเบรย์ – ก็คงเช่นนั้น
อีมิล – อ๊ะ! มันมาแล้ว!!!!
แล้วตรงนี้เราจะต้องสู้กับมานิโทวให้เราเอาชนะให้ได้

Boss – Manitou
เป็นบอสที่มีพลังโจมตีปานกลางมีท่าโจมตีคือการสะบัดหัวและการพุ่งลงใต้ดินคอยผลุบๆโผล่ๆค่อนข้างน่ารำคาญเล็กน้อยมีเอชพีที่ค่อนข้างมาก แต่โดยรวมแล้วสามารถจัดการได้ยากมากนัก

เมื่อเอาชนะได้แล้วเจ้ามานิโทวจะเขมือบพวกเราเข้าไป
อีมิล/มาร์ทา – อ๊า!!!!!

เมื่อรู้สึกตัวพวกเราจะอยู่ที่ชายหาดแห่งหนึ่ง
มาร์ทา – ไม่เป็นไรนะ?
อีมิล – ฉันยังไม่ตาย แล้วเธอล่ะ? บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?
มาร์ทา – ฉันไม่เป็นไรขอบคุณนะที่ห่วงฉัน
มาร์ทา – แต่เราอยู่ไหนล่ะ?
เทเนเบรย์ – มีคนกำลังมาข้าขอซ่อนตัวก่อนล่ะ!
แล้วพวกเราจะเข้าไปถามชายแก่ที่มาพร้อมกับมอนสเตอร์
มาร์ทา – ขอโทษนะคะ เราขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?
??? – อะไรรึ?
อีมิล – (เขาไม่ใช่มนุษย์ หรือครึ่งเอลฟ์ด้วยแล้วเขาเป็นอะไรล่ะนี่? แถมยังมาพร้อมกับมอนสเตอร์ด้วยแปลกจังเลย)
มาร์ทา – คือดูเหมือนว่าเราจะหลงทางน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าพอจะบอกได้ไหมคะว่าที่นี่ที่ไหน?
??? – พวกเธออยู่ทางเหนือของไอเซเลียน่ะจะให้พาไปที่หมู่บ้านไหม?
มาร์ทา –ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ
??? – งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นดูแลตัวเองด้วยล่ะ
แล้วเขาจะเดินจากไป
มาร์ทา – ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า......
อีมิล – เราข้ามทะเลมา!?
เทเนเบรย์ – ดูเหมือนว่าจะเป็นเช่นนั้น
มาร์ทา – ถ้าอย่างนั้นเราก็ประหยัดค่าเรือไปได้ล่ะนะ
เทเนเบรย์ – ถูกต้อง แถมเรายังได้ประสบการณ์ที่ใช้เงินซื้อไม่ได้ด้วย
อีมิล – ทั้งสองคนนี่มองโลกในแง่ดีจังนะ
มาร์ทา – แต่เราก็มากันขนาดนี้แล้ว จะมามัวสนอะไรอีกล่ะ?
อีมิล – อื้อ !เธอพูดถูก
เทเนเบรย์ – เอาล่ะถ้าอย่างนั้นก็เข้าเป้าหมายเดิม เราเดินทางไปที่ไอเซเลียเลยดีไหม?
อีมิล/มาร์ทา – อื้ม!

Videos by WishingTikal

Update หน้า - พุธที่ 22 เมษายน

------------------------

     อันดับแรกต้องบอกก่อนเลยนะครับว่าในการอัพเดทครั้งหน้าอาจจะไม่ใช่เทลสืเพราะว่าผมเคยบอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่าผมจะทำการเปลี่ยนโปรเจ็คท์หลักเป็นไฟร์เอ็มเบล็มแต่ก็ยังไม่มีโอกาสเสียทีจนตอนนี้ได้โอกาสเหมาะแล้ว ทว่า เทลส์นั้นก็ยังไปได้ไม่เท่าไหร่ผมจึงยังไม่อยากยืนยันว่าจะทำอย่างไรต่อดังนั้นขอให้ติดตามต่อไปแล้วกันนะครับวันพุธคงได้ข้อสรุปแล้วล่ะครับ สวัสดีครับ